ทำสีแบบไหนดี ให้เข้าใจขั้นตอนง่ายที่สุด ตอนที่ ๑

ทำสีแบบไหนดี

หลังจากรู้ขั้นตอนการทำสีกันดีแล้ว หลายๆท่านที่เป็นช่าง D.I.Y หรือ พ่อบ้าน อาจยังไม่เห็นภาพว่าควรทำสีแบบไหนดี เราจึงสรุปหัวข้อของการตั้งต้นการเลือกวิธีทำสี เพื่อให้เข้าใจได้ง่ายขึ้น ดังนี้ครับ

  • เลือกจากวัสดุที่ใช้ทำงานไม้
  • เลือกจากระยะเวลาของการทำงาน
  • เลือกจากความทนทานของการใช้งาน
  • เลือกจากวัตถุประสงค์
  • เลือกจากความสวยงามตามความชอบส่วนตัว

จริงๆ อาจมีตัวเลือกได้มากกว่านี้ ตามความคิดของแต่ละท่าน แต่จาก 5 ข้อที่กล่าวมาน่าจะครอบคลุมได้เกือบทั้งหมดแล้ว งั้นเรามาเริ่มทำความเข้าใจกันเลยดีกว่าครับ

เลือกจากวัสดุที่ใช้ทำงานไม้

จากหัวข้อ เราจะไม่กล่าวถึงวัสดุชนิดอื่นที่ไม่ใช่เกี่ยวกับงานไม้นะครับ โดยทั่วไปแล้ววัสดุที่นำมาทำงานไม้ หรือเฟอร์นิเจอร์ไม้ จะทำมาจากวัสดุที่มีไม้เป็นส่วนประกอบโดยอาจแยกได้ตามนี้

  1. ไม้จริง
  2. ไม้อัด หรือ กระดาษอัด (MDF)

blog_06

รูป. ไม้สักแปรรูป

blog_04

รูป. ไม้อัดสักลายเส้น (อัดสักอิตาลี)

ไม้อัด

ไม้อัดสัก

รูป. ไม้อัดทั่วไป และ ไม้อัดปิดผิวด้วยวีเนียร์

ข้อแตกต่างกันของทั้ง 2 ชนิดนี้ หลักๆ คือ ความสวยงาม ไม้จริงจะมีลวดลาย สีสัน ที่มีความเฉพาะตามชนิดพรรณของไม้ เช่น ไม้สัก , ไม้ปะดู่ , ไม้แดง , ไม้มะค่า ไม้เหล่านี้มีลวดลายและสีสันที่สวยงามจึงมีราคาแพง ส่วนไม้จริงที่ไม่มีลวดลายสวยงาม เช่น ไม้เต็ง , ไม้ยางนา , ไม้ยางพารา ก็จะได้เรื่องของสีเฉพาะตัวของไม้ ถึงจะไม่โดดเด่นมากแต่ก็ได้ความเป็นธรรมชาติของไม้จริง เราจึงนิยมทำสีแบบสีใส เพื่อโชว์ความสวยงามของไม้

ส่วนไม้อัดหรือกระดาษอัด (ต่อไปขอเรียกว่า MDF) จุดเด่นคือราคาถูก มีขนาดกว้างตามมาตรฐานคือ 120×240 เซนติเมตร ส่วนความหนามีตั้งแต่ 3-25 มิลลิเมตร ไม้อัดที่เป็นแบบธรรมดาจะไม่มีความสวยงามเลย แต่ถ้าแพงขึ้นมาอีกหน่อยจะเป็นไม้อัดที่ด้านบนจะปิดทับด้วยแผ่นไม้วีเนียร์ (เป็นไม้จริงแผ่นบางๆ) จึงจะมีความสวยงามตามชนิดไม้ที่นำมาปิดทับ เช่น ลายไม้สักที่เป็นลายภูเขา , ลายไม้สักที่เป็นลายเส้น เป็นต้น ถ้าเป็นแบบที่ไม่สวย เรานิยมทำสีแบบสีทึบ ส่วนแบบที่สวยก็จะทำแบบสีใส

จากตัวอย่างขั้นตอน ทำสีไม้จริงที่มีลวดลายสวยงาม จะเห็นว่ามีขั้นตอนที่จำเป็นต้องทำอยู่ 4 ขั้นตอน และ ขั้นตอนที่อาจไม่ต้องมีก็ได้ 2 ขั้นตอน โดยมีเหตุผลของการทำดังนี้

1. การอุดโป๊ว เป็นการปิดร่องรอยของชิ้นงาน ยิ่งทำงานไม้ได้ประณีตมากเท่าไหร่ก็จะมีส่วนที่อุดโป๊วน้อยตามไปด้วย เช่น รอยตะปู , รอยไม้ฉีด-แตก , รอยการเข้าไม้ เป็นต้น การอุดโป๊วจะทำให้ชิ้นงานมีความสมบูรณ์สวยงามยิ่งขึ้น

2. อุดเสี้ยน เป็นการปรับพื้นผิวของไม้ให้มีร่องเสี้ยนที่สม่ำเสมอกัน ขณะเดียวกันก็เป็นการทำให้ร่องเสี้ยนเต็มเร็วขึ้นหากเป้นงานปิดเสี้ยน ถ้าไม่ทำขั้นตอนนี้ปัญหาที่อาจจะพบคือ เกิดพองอากาศที่ผิวหน้าลักษณะเหมือนรูเข็ม เพราะการดูซึมของไม้ไม่เท่ากัน

blog_07

รูป. ลักษณะของการเกิดพองอากาศเหมือนรูเข็ม

3. ย้อมสี สังเกตว่าขั้นตอนอุดเสี้ยนและย้อมสี สามารถทำขั้นตอนใดขั้นตอนหนึ่งก็ได้ เช่น ถ้าไม่ทำสีก็ให้ใช้อุดเสี้ยน แต่ถ้ามีการทำสีย้อมก็ไม่ต้องทำขั้นตอนอุดเสี้ยน เพราะในสีย้อมมีส่วนผสมของการอุดเสี้ยนอยู่แล้ว

4. กันยาง ขั้นตอนนี้ค่อนข้างจะสำคัญมากกับการทำสีไม้จริง เพราะไม้ทุกชนิดมียางไม้ ขึ้นอยู่กับว่าจะมีมากหรือน้อยเท่านั้น ยางไม้จะทำให้เกิดผลเสียหลายๆอย่างกับงานสีได้ เช่น ทำให้สีทับหน้าสีเพี้ยน , สีหลุดลอกล่อน เป็นต้น

5. รองพื้น จะเห็นว่าขั้นตอนรองพื้นสามารถข้ามได้ถ้าเราใช้กันยางแล้ว เพราะกันยางทำหน้าที่เหมือนรองพื้น ใครที่ต้องการงานเปิดเสี้ยนสามารถข้ามขั้นตอนนี้ได้ ส่วนงานเต็มเสี้ยนจำเป็นที่จะต้องลงรองพื้นก่อนสีทับหน้า จะได้งานที่เรียบเนียนกว่า

6. สีทับหน้า จำเป็นที่จะต้องมีขั้นตอนนี้ในการทำสีทุกครั้ง เพราะสีทับหน้าออกแบบมาให้เหมาะสำหรับการสัมผัสจากผู้ใช้ หรือ การใช้งานจากหน้าที่ต้องเฟอร์นิเจอร์ชิ้นนั้น โดยส่วนใหญ่แล้วสีทับหน้าจะมีความแข็งแรงทนทานกว่าขั้นตอนอื่นที่กล่าวมา เช่น โต๊ะทานอาหาร ที่ต้องรับสัมผัสจากจานชาม เครื่องครัวต่างๆ , ไม้ปูพื้น ที่ต้องมีความทนทานต่อการเสียดสี การขูดขีด แรงกระแทก ขั้นตอนนี้จึงมีความสำคัญอย่างมากในการเลือกชนิดของสีให้เหมาะกับลักษณะหน้าที่ของงานไม้หรือเฟอร์นิเจอร์ชิ้นนั้น

2 thoughts on “ทำสีแบบไหนดี ให้เข้าใจขั้นตอนง่ายที่สุด ตอนที่ ๑

ใส่ความเห็น